• Featured Post

    วิธีในการเอาชนะ Pete the invincible ใน Borderlands 2

  • Silver Spoon เอ็ดฯแว่นไร้จุดหมาย

    หากย้อนกลับไปสมัย 2 - 3 ปีก่อน อาจารย์ Hiromu Arakawa ได้ฝากผลงานเด่นๆ อย่าง Fullmetal Alchemist (FMA) ให้ชาว Anime ได้ติดตามกัน ตอนนี้ผลงานของ อ. Hiromu ได้ถูกนำมาทำ Anime อีกครั้ง ให้แฟนๆ FMA ได้หายคิดถึงกัน นั่นคือ Silver Spoon ...

Showing posts with label Outbreak Company. Show all posts

Friday, November 1, 2013


[Spoil + Review] Outbreak Company 3, ความหวังของคนตัวเล็กๆ

รู้สึกว่าเรื่องนี้ เนื้อหาจะไปค่อนข้างไวเลยทีเดียวนะครับ สำหรับ Spoil ตอนนี้ จะเอาแบบรวบรัดหน่อยละกันนะครับ เนื่องจากเมื่อวานจัดเต็มแล้ว Chrome ทำพิษ ที่พิมพ์มาหายเกลี้ยงเลย = ="



เริ่มต้นที่พระเอกได้เริ่มแผนการที่จะสร้างโรงเรียนขึ้นมาสำหรับการสอนภาษาญี่ปุ่น และการอ่านมังกะ ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปอย่างราบรื่นไร้ปัญหา

โดยโรงเรียนนี้จะเปิดรับเด็กทุกชนชั้นและเผ่าพันธ์ แต่หลังจากเปิดขึ้นมาแล้ว ปัญหาก็ยังคงตกอยู่ที่ เผ่าพันธ์และชนชั้นอื่นๆ นอกจากชนชั้นสูงนั้น ไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาเรียนด้วย



เด็กที่เข้ามาเรียนนั้น จึงมีเฉพาะเด็กมนุษย์ที่เป็นคนมีฐานะเท่านั้น กับราชินีน้อย ที่ยังคงตามติดไม่ไปไหน


การเรียนการสอนของพระเอกนั้นก็ผ่านไปได้อย่างราบรื่น จนเมื่อตกเย็นมา ก็มีบทสนทนาของราชินีเอ่ยขึ้นมาว่า ตนเองนั้นถูกใจพระเอกเป็นพิเศษ เพราะพระเอกนั้น ไม่ได้หวังอะไรจากตนเองเหมือนพวกพ่อค้า หรือมิชชันนารี ที่เข้ามาเพื่อหวังลาภยศเงินทอง

พระเอกนั้นก็ตอบไปว่าตนเองก็ชอบที่จะอยู่ที่โลกนี้เหมือนกัน เพราะทำได้ตนเองได้พบกับราชินีน้อย และเมด

ซึ่งคำที่ขีดเส้นใต้นั้น เมื่อเข้าถึงหูราชีนีน้อย ก็ทำให้ราชินีน้อยถึงกับหมดอารมณ์โดยทีเดียว



หลังจากนั้น ผู้คุ้มกันก็ได้เข้ามาเตือนเรื่องโรงเรียนนี้ว่า การที่พระเอกพยายามเปลี่ยนวัฒนธรรมและทัศนคติในเรื่องของเสรีภาพและความเท่าเทียมกันให้กับคนของที่นี่นั้น อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้ง เนื่องจากคนที่นี่นั้น แต่เดิมไม่รู้จักเรื่องพวกนี้ และหากเรื่องบานปลาย อาจจะทำให้กลุ่มคนที่ไม่พอใจ เล็งเป้าหมายมาที่พวกพระเอกได้



ตกดึกมา เมดได้ขอให้พระเอกทดสอบการพูดของเมด ซึ่งผลคือเมดสามารถที่จะฟังและพูดภาษาญี่ปุ่นได้แล้ว



ผ่านมาอีกวันหนึ่ง โรงเรียนก็ได้เปิดสอนตามปกติ วันนี้เป็นวันเกิดของตัวละครในอนิเมที่พระเอกชอบมาก พระเอกจึงได้ตั้งปลุกเอาไว้ที่ 1 ทุ่มตรง เพื่อที่จะฉลองวันเกิดให้ตัวละครนั้น



วันนี้เมดเองก็มาด้วย เพื่อที่จะเอาข้าวกล่องที่พระเอกลืมไว้มาส่งให้



ฉากความสุขดำเนินได้ไม่นาน ราชินีน้อยก็มาหา พร้อมกับชวนทะเลาะกับเมด



พระเอกที่พยายามเข้ามาพูดแทนเมดที่โดนไล่ต้อนนั้น ก็ต้องตกเป็นเป้าแทน เพราะซึ่งข้อหานั้นคือ ใส่ใจเมดมากกว่าตัวเอง



ในระหว่างที่กำลังทะเลาะกันนั้น ก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยือน ซึ่งแขกเหล่านี้ก็คือผู้ก่อการร้ายนั้นเอง ที่เข้ามาฆ๋าองครักษ์ของราชินีน้อย และจับราชินีน้อยเป็นตัวประกัน



พวกพระเอกได้ถูกจับมัดมือไพล่หลังเอาไว้ ทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ และปลดแหวนแปลภาษาทิ้งอีกด้วย ในระหว่างที่ผู้ก่อการร้ายพูดคุยกัน การฝึกฝนที่ผ่านมาของเมดก็แสดงผลได้เห็น โดยเมดทำหน้าที่ล่ามแปลภาษาได้อย่างดีเยี่ยม



ผู้ก่อการร้าย พกระเบิดเวทมนตร์เอาไว้ด้วย ซึ่งระเบิดนี้สามารถทำลายโรงเรียนได้ทั้งหลัง



ผู้ก่อการร้ายได้เรียกพระเอกขึ้นมาพูดคุย ซึ่งใจความนั้นก็คือ การที่พระเอกมาเผยแพร่วัฒนธรรมนี้ จะเป็นการบ่อนทำลายระเบียบของอาณาจักรที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเรื่องของเสรีภาพและการเท่าเทียมนั้นเอง โดยผู้ก่อการร้ายได้เน้นย้ำในเรื่องที่ มนุษย์เป็นเผ่าพันธ์ที่สูงที่สุด แม้ว่าพวกเอลฟ์กับคนแคระจะมีความสามารถทางเวทมนตร์และการประดิษฐ์ที่เหนือกว่า แต่มนุษย์ก็สามารถที่จะปกครองพวกนั้นได้ในที่สุด

แต่พระเอกก็ย้อนแย้งว่า นั่นเป็นเพียงความอิจฉาริษยาของมนุษย์ ที่พุ่งเป้าไปยังพวกเอลฟ์และคนแคระ เพราะพวกนั้นมีสิ่งที่มนุษย์ไม่มี



เมื่อคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็คงต้องฆ่ากันแล้ว โดยผู้ก่อการร้ายก็เตรียมที่จะตัดหัวพระเอกทิ้งในทันที



แต่ราชินีน้อยได้พูดช่วยพระเอกเอาไว้ได้ โดยบอกว่า ถ้าผู้ก่อการร้ายฆ่าพระเอก ก็มีแต่จะทำให้ผู้ก่อการร้ายเสียชื่อในฐานะที่ฆ่าทูตเจริญสัมพันธไมตรี



พระเอกถูกโยนไปที่ผู้คุ้มกัน โดยหน้าไปซุกเข้ากับหน้าอกพอดี แต่นั้นก็ทำให้พระเอกสามารถล้วงเอาปากกาที่มีด้ามเป็นมีดออกมาได้



เมื่อเกิดเรื่องขึ้น ทางอาณาจักรและรัฐบาลก็เตรียม Stand by พร้อมเอาไว้แล้ว แต่เนื่องจากราชินีน้อยถูกจับตัวเอาไว้ จึงเคลื่อนไหวไม่ได้



พระเอกได้วางแผนการเอาไว้ โดยใช้มือถือที่ตั้งปลุกเอาไว้ทุ่มตรงเป็นประโยชน์ โดยพระเอกได้หลอกว่าจะเข้าห้องน้ำ แล้วแยกตัวออกมา



เมื่อถึงเวลาทุ่มตรง เพลงที่ตั้งปลุกไว้ก็ได้ดังขึ้น พระเอกหลอกว่าเป็นบทร่ายเวทย์ ดึงเอาความสนใจของพวกผู้ก่อการร้ายเอาไว้ที่นอกระเบียง



ทำให้ผู้คุ้มกันสามารถตัดเชือกโดยใช้มีดปากกาได้สำเร็จ ออกมาช่วยเหลือราชินีน้อย เมด และพระเอกได้สำเร็จ



และใช้แผนถัดมาโดยให้เมดร่ายเวทย์ชุดใหญ่ เก็บพวกที่เหลือ



แต่กระนั้นแล้ว บอสก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ งัดระเบิดไฟที่เป็นไพ่ตายออกมาใช้ หวังทำลายทุกอย่าง



แต่ดันโดนถังดับเพลิง ดับไฟซะงั้น :D



ในระหว่างที่บอสกำลังอึ้ง ก็โดนผู้คุ้มกันปล่อยหมัดขวาตรงใส่ซะหงายหลัง แต่เนื่องจากศักดิ์ศรีความเป็นบอส ก็ได้ใช้อาวุธลับออกมาโดยการซัดมีดบินใส่ราชินีน้อย แต่...



เมดได้เอาตัวเข้ามาขวางมีดเอาไว้!



เหตุผลของเมด คือ เป็นเพราะว่าตัวเองนั้นไม่สามารถทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆ กับสังคมได้ แต่เชื่อว่าหากความรู้สึกที่อยากจะให้ทุกๆ เผ่าพันธ์ ทุกชนชั้นนั้นเข้าใจกันและกัน ได้สื่อไปถึงคนที่สามารถจะเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ได้ นั่นคือ ราชินีน้อย และพระเอก ชีวิตของตัวเองก็คุ้มค่ามากพอแล้ว ;(

หวังว่าจบตอนนี้ไป เมดจะไม่เป็นอะไรนะ คนทั้งกองทัพ คงไม่หมอเก่งๆ สักคนแหละน่า

จบตอนนี้ บอกได้เลยว่า ดราม่าจะต้องแรงยิ่งขึ้นไปอีกแน่ๆ ขนาดเพิ่งจะตอน 3 เองนะเนี่ย

By: LoneLy-woLf

Saturday, October 26, 2013


[Spoil + Review] Outbreak Company 2




และด้วยความช่วยเหลือของลุงที่เป็นคนมาสัมภาษณ์ หัวของพระเอกเราก็ยังวางอยู่บนบ่าเหมือนเดิม



แต่ไม่ทันไร สกิลปากของพระเอกก็ดันทำงานอีกแล้ว



แต่ดันไปถูกใจราชินีน้อย ก็เลยรอดตัวไปได้อีกครั้ง

และแน่นอนว่า ตอนนี้พระเอกของเราก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดูแลการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ต่างโลกอย่างเป็นทางการสักที



โดยงานแรกก็คงจะเป็นสอนหนังสือให้เมดล่ะมั้ง?



สร้างฐานบัญชาการ



สอนจิ้งเหลนเล่นมาริโอ้



แต่เนื่องด้วยสกิลปากที่พระเอกทำงานไปเมื่อครั้งก่อนตอนไปเข้าเฝ้า ทำให้ราชินีน้อยสนใจ และตามมาเล่นด้วย

งานใหญ่งานแรกของพระเอกเลยเป็นการอ่านการ์ตูนให้ราชินีน้อยฟัง



*และมีของแถมอีกเล็กๆ น้อยๆ เป็นค่าตอบแทน?



*และ Maid Service อีกนิดหน่อย



แต่ความสุขมันดำเนินไปไม่นานเท่าไหร่ ก็มีประเด็นขึ้น เพราะเมดได้รับการสอนหนังสือ ในขณะที่ราชินีน้อยยังอ่านหนังสือไม่ออก

ทำให้ราชินีน้อยไม่พอใจขึ้นมา



เลยจัดการจองที่นั่งส่วนตัวซะเลย :P



หลังจากที่พายุลูกแรกผ่านไป ก็เกิดประเด็นที่น่าสนใจขึ้นมา คือพระเอกของเรากำลังเดินเหนื่อยเข้าห้องครัว แต่พอดีไฟไม่ได้เปิดเลยมองไม่ค่อยเห็น

แต่ก็ไปสะดุดเข้ากับตาแบบสัตว์ป่าของคนใช้ที่เป็นมนุษย์กิ้งก่าเลยเผลอตกใจทุบตีคนใช้เข้า เมื่อพระเอกตาชินกับความมืดและตั้งสติได้ก็ขอโทษยกใหญ่

แต่นอกจากมนุษย์กิ้งก่าจะไม่โกธรแล้ว ยังบอกว่า ถ้าอยากให้ตนเจ็บ ก็ใช้ไม้ตีก็ได้ (WTF?)



หลังจากนั้นเมดที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็วิ่งเข้ามา แต่แทนที่จะเป็นห่วงคนใช้ที่ถูกทุบตี กลับเข้ามาดูอาการของพระเอกก่อน เพราะมือเป็นแผลจากการไปทุบเกล็ดของมนุษย์กิ้งก่า โดยให้เหตุผลว่า ระหว่างคนใช้กับเจ้านาย เจ้านายก็ต้องมาก่อน (โดยไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องผู้ทำร้ายและผู้ถูกทำร้าย)



หลังจากนั้น พระเอกก็ออกมาสำรวจเมือง และเก็บข้อมูล การดำรงชีวิต สังคมของชาวเมือง ก็ได้พบว่าที่นี่ มีการฝึกทหารกันตั้งแต่วัยเด็ก

เมื่อสอบถามใจความกับพวกเด็กๆ ก็พบว่าเด็กพวกนี้ ไม่มีโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเท่าที่ควร เนื่องจากยามปกติ หากไม่มาฝึกทหารก็ต้องไปทำไร่ทำนา และนอกจากนี้ คนธรรมดาจะไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสืออีกด้วย มีพวกขุนนาง นักปราชญ์ และชนชั้นสูงเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้เรียน



กลับมาที่ชั่วโมงอ่านการ์ตูนของราชินีน้อย ราชินีโลลิก็กลับมาใช้ที่นั่งตัวโปรดที่เดิม



แต่เมดดันมาเสริฟน้ำชาผิดเวลาไปหน่อย เป็นการขัดจังหวะความสุขของราชินีน้อย นั่นทำให้เชื้อไฟแต่เดิมที่มันกรุ่นๆ มาตั้งแต่คราวที่แล้ว ลุกโชนขึ้นมาเป็นไฟกองใหญ่

ซึ่งราชินีน้อยก็ด่ากราดไปชุดใหญ่ โดยยกเอาประเด็นในเรื่องเผ่าพันธ์ขึ้นมาเหยียบย่ำ (เมดเป็นฮาล์ฟเอลฟ์) โดยกล่าวว่าพวกฮาล์ฟเอลฟ์นั้น เป็นเอลฟ์ก็ไม่ใช่ มนุษย์ก็ไม่เชิง ทั้งต่ำต้อยและสกปรก อาหารที่ทำจากมือของฮาล์ฟเอลฟ์ก็มีแต่จะแปดเปื้อน ไม่สามาถกินได้

แต่คำด่าของราชินีน้อยดันไปสะกิดความหลังของพระเอก ที่เคยโดนปฏิเสธการสารภาพรักด้วยเหตุผลว่าเพราะตัวเองเป็นโอตาคุ ทำให้พระเอกเริ่มขึ้น



จนกระทั้งบรรยากาศมาถึงขีดสุด ราชินีน้อยก็เตรียมตัวจะปาขนมปังใส่เมด



พระเอกของเราก็เข้าดาร์คโหมด คว้าข้อมือของราชินีน้อยเอาไว้โดยไม่กลัวว่าตัวเองจะแขนขาด (เพราะโดนสั่งตัด)



*โหดขริง



แต่ก็ฟื้นสติก่อนที่จะทำอะไรไปมากกว่านั้น ทำให้ราชินีน้อยไม่ถือโทษ โดยพระเอกของเราก็พยายามยกเอาเรื่องวัฒนธรรมขึ้นมาพูด โดยเล่าว่าที่บ้านเมืองของตัวเองนั้น ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น มีแต่ความเท่าเทียมและอิสระ แต่พูดไป ราชินีน้อยก็ยังไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ แต่ก็ประทับใจในความกล้าที่พระเอกคิดจะสอนราชินีน้อย จึงยอมให้คราวนี้ไปก่อน



หลังจากนั้น เมื่อเรื่องตอนกลางวันผ่านไปได้ด้วยดี เมดฮาล์ฟเอลฟ์ได้ แอบมาอ่านการ์ตูนเรื่องนึงอย่างเงียบ โดยเป็นการ์ตูนที่สะท้อนกับชีวิตของตัวเองที่เป็นเพียงชนชั้นต่ำสุด ไม่ได้รับโอกาสใดๆ ในชีวิต อ่านไปก็น้ำตาไหลไป ที่การ์ตูนเรื่องนี้ได้เขียนให้ตอนจบที่นางเอกเป็นเพียงทาสได้สมหวังกับชนชั้นสูง



พระเอกที่เห็นภาพรวมคร่าวๆ ของโลกที่ความไม่เท่าเทียมกันของชนชั้นต่างถือเป็นเรื่องปกติ ทำให้พระเอกเริ่มที่จะยอมรับไม่ได้ และความปราถนาที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้เริ่มก่อตัวอย่างเงียบๆ

จบไปกับตอน 2 นะครับ สำหรับคนที่ดูไปตอนแรกแล้วดรอป ขอให้ลองตามต่ออีกตอนนึงนะครับ จะเข้าใจจุดประสงค์ของการนำเสนอเรื่องนี้มากขึ้น

สำหรับเรื่องนี้ ผมกำลังจะเอาขึ้นหิ้ง "การ์ตูนที่อยากจะแนะนำให้กับคนที่ไม่เคยดูการ์ตูน" โดยเรื่องที่ผมขึ้นหิ้งแนะนำเอาไว้ก็มี Ano Hana, Angel Beats!, Sakurasou, Spice and Wolf แล้วเรื่องนี้ก็จะตามมา แต่รอดูให้จบก่อน ให้แน่ใจว่าจะไม่ตกม้าตายไปก่อน

ยังไงก็แนะนำให้ดูนะครับ [:thumbup:]

By: LoneLy-woLf

Wednesday, October 16, 2013


[Spoil + Review] Outbreak Company 1

เห็นเรื่องนี้ไม่มีใครเขียนถึง คงเพราะตอน 1 มันไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ แต่ของจริงมันต้องหลังจากนั้นไป สำหรับ Outbreak Company ชื่อก็ไม่ค่อยจะสื่อถึงเนื้อหาอะไรเท่าไหร่ ลองอ่าน Plot ดู ก็แค่น่าจะเป็นเรื่องตลกๆ ฮาๆ ที่โอตาคุโดนส่งไปต่างโลกเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม... ดูแล้วเฉยๆ มาก... แต่เอาน่า ลองยกไปสักหน่อยจะเป็นอะไร...

โอ้ว! หลังจากดูไป 2 ตอน เรื่องนี้ดูจะขึ้นหิ้งได้เลยนะเนี่ย เป็น Anime ที่มีหลายรสชาติอยู่ แต่ประเด็นหลักของเรื่องนี้ อยู่ที่ความแตกต่างกันในเรื่องของมุมมองในสังคม สะท้อนมุมมืดของความไม่เท่าเทียม เปรียบเทียบสังคมบนโลกเบื้องหน้า กับการเอาบางส่วนของโลกใมุมมืดมาฉะกันเห็นๆ คงจะมีอะไรสนุกๆ และน่าติดตามเยอะเลย

เริ่มจากแรกสุด



โอตาคุหัวเห็ดที่เป็นพระเอกของเรื่องเรากำลังนั่งทำแบบทดสอบสมัครงานผ่านเว็บอยู่ (ดูจากห้อง รู้แน่นอนว่ามันเป็น Neet เห็นๆ)

ทำไปๆ น่าจะเป็นแบบทดสอบเกี่ยวกับวงการการ์ตูนโดยเฉพาะ



และแล้วก็ผ่านการทดสอบเฉยเลย พระเอกเราก็งงๆ ว่างานเกี่ยวกับอะไร บริษัทเกี่ยวกับอะไร ซึ่งผู้สัมภาษณ์พยายามบ่ายเบี่ยงการตอบในทุกคำถาม

แล้วอยู่ดีๆ ก็โดนหลอกให้กินกาแฟผสมยานอนหลับ แล้วโดนพาตัวไป



ตื่นมาอีกทีก็เจอเมดทวินเทลหัวทอง! :3

หลังจากไร้สาระกันตามประสาพวกบ้าเมะ ก็มีคนจากโลกเดียวกันมาช่วยอธิบายข้อมูลเบื้องต้นบางส่วนให้



ซึ่งเจ้าหล่อนก็เป็นคนจากรัฐบาลนั่นเอง ส่วนพระเอกของเราตอนนี้ก็ได้มาอยู่ต่างโลกอันเป็นที่เรียบร้อย


คัพ F ซะด้วย



หลังจากนั้นก็มาเจอกับตาลุงที่มาสัมภาษณ์ตอนแรก เพื่ออธิบายเรื่องราวกันแบบละเอียด



นั่นคือที่ญี่ปุ่นได้ปรากฏรอยแยกของมิติ ซึ่งเมื่อรัฐบาลพยายามจะมาสำรวจที่นี่ ก็พบว่ารอยต่อนั้นได้เชื่อมกับต่างโลก



แน่นอนว่าอยู่ดีๆ ก็มีพรมแดนของต่างโลกที่ไม่รู้จักโผล่ขึ้นมา ซึ่งไม่รู้ว่าคนของที่นั่นเป็นมิตรหรือศัตรู

การพยายามเจริญสัมพันธ์ไมตรีก็เป็นสิ่งที่ควรจะกระทำ

ซึ่งสิ่งที่เหมาะแก่การนำไปเจริญสัมพันธ์ไมตรี.. สิ่งที่เป็นจุดเด่นของวัฒนธรรมญี่ปุ่น..



Anime นั่นเอง!!

ซึ่งพ่อพระเอกของเราคนนี้ คือคนที่เหมาะสมที่สุดในแผนการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับต่างโลกในครั้งนี้

เพราะเป็นโอตาคุตัวพ่อนี่แหละ จึงได้มีโอกาสมารับงานนี้ และแน่นอนเพราะแผนการนี้เป็นความลับสุดยอด (พอๆ กับเรื่องมนุษย์ต่างดาวของ NASA นั่นแหละ)

พระเอกของเราจึงไม่มีโอกาสให้ถอยแม้แต่น้อย



หลังจากนั้น พระเอกของเราที่ตกลง (โดนบังคับ) ให้รับงานครูสอนวัฒนธรรมแล้ว ก็เริ่มงานอย่างแข็งขันโดยการสอนหนังสือให้สาวใช้หูเอลฟ์ส่วนตัว



ได้ไปเข้าเฝ้าราชินีของดินแดนนี้



แล้วดันเป็นราชินีโลลิซะด้วย!!



และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นที่ปลายคางในบัดดล!



พระเอกเราจะโดนฆ่ามั้ย ติดตามได้ตอนต่อไปนะครับ :D

By: LoneLy-woLf